นพ.ศุภมิตร ชุณห์สุทธิวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า กรอบข้อตกลงที่จะนำเสนอที่ประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียนบวก 3 ในวันนี้ ที่ประชุมเห็นว่าแต่ละประเทศจะต้องเร่งพิจารณาความพร้อมแผนรับมือการระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ชนิด เอ เอช1เอ็น1 ทั้งการปรับปรุงระบบเฝ้าระวังโรค การดูแลผู้ป่วย และการให้คำแนะนำสำหรับประชาชนทั่วไปให้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ที่ประชุมยังเห็นตรงกันว่า ให้เรียกชื่อเมืองแทนชื่อประเทศ ที่มีการแพร่ระบาดของโรค แต่ต้องเป็นการแพร่ระบาดมาระยะหนึ่งแล้ว ทั้งนี้เห็นควรมีการคัดกรองผู้โดยสารขาออกของแต่ละประเทศ โดยเฉพาะด่านทางบกที่มีพื้นที่ค่อนข้างยาวและกว้างขวาง รวมทั้งต้องปรับปรุงเทคโนโลยีในการผลิตยาให้ทันสมัยและเพียงพอ
สำหรับมาตรการระยะยาวที่ประชุมยังเห็นพ้องให้มีการจัดตั้งคลังยาภูมิภาค เพื่อให้แต่ละประเทศมีปริมาณยาเพียงพอต่อจำนวนประชากร ซึ่งจะต้องได้รับการ สนับสนุนจากประเทศที่มีศักยภาพ
ด้านนพ.วิชัย โชควิวัฒน ประธานคณะกรรมบริหารองค์การเภสัชกรรม (อภ.) กล่าวว่า อภ.มีความพร้อมในการผลิตยารักษาโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 หรือยาโอเซลทามิเวียร์ โดยมีศักยภาพในการผลิต 4 วัน ได้ 1 ล้านเม็ด และหากมีความต้องการมากกว่านี้ก็สามารถเพิ่มจำนวนการผลิตได้
ดังนั้น หากที่ประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียนมีข้อเสนอให้ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตยา อภ.ก็มีความพร้อมสามารถผลิตยาให้กับภูมิภาคอาเซียนได้ ซึ่งในอนาคตอภ.ได้เตรียมสร้างโรงงานแห่งใหม่ที่ อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี โดยจะเตรียมจัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการผลิตให้เร็วมากยิ่งขึ้น
การประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียนบวก 3 เพื่อสกัดโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 จัดขึ้นที่โรงแรมดุสิตธานี โดยมีปลัดกระทรวงและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอาวุโสจาก 10 ประเทศอาเซียน รวมทั้งจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เข้าร่วมประชุมท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างหนาแน่นจากตำรวจกว่า 6 กองร้อย และทหารจากกองพันสารวัตรทหารที่ 11 กว่า 300 นาย
อ่านต่อที่ : ไทยพร้อมผลิตยาหวัดป้อนอาเซียน