รบ.งัด กม.ความมั่นคง
เตรียมให้ทหารดูแลการประชุมสุดยอดอาเซียน
หวั่นประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเมืองพัทยา รับบาลงัดกฎหมายความมั่นคง รักษาความปลอดภัยการประชุมอาเซียนซัมมิทฯ ที่ภูเก็ต"เทพเทือก"ระบุ ใช้ กม.ความมั่นคงเปิดทางทหารรักษาความสงบ ลั่น ไม่ยอมให้เกิดเหตุร้ายอีกเด็ดขาด “อนุพงษ์” มั่นใจแผนรับมือการประชุมสุดยอดผู้นำจะผ่านไปด้วยดี ด้าน พท. ร้อง ป.ป.ช. สอบเหตุสลายชุมนุม “สงกรานต์เลือด” วอนทำให้เป็นมาตรฐานเดียวกับพันธมิตรฯ เดินหน้าร้องกก.สิทธิ-ยูเอ็น รวมข้อมูลกล่าวโทษ “เนวิน” ด้าน “จตุพร” ไม่เข็ด ขู่จะตอบโต้ ตร.ที่ตั้งข้อกล่าวหาอย่างสาสม เตรียมแฉหลักฐานจับผิด “มาร์ค-เทือก” ไม่อยู่ในรถที่ มท. ตร.ดุสิต คุมตัว “แรมโบ้อีสาน” พร้อมสำนวนฟ้องทำผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มั่วสุมตั้งแต่ 5 คน ส่งอัยการคดีศาลแขวง นัด 13 พ.ค. ด้าน “ผู้ว่าฯ ชลบุรี” ไม่ท้อถูกเด้งสังเวยอาเซียนพัทยา มาเป็นผู้ว่าฯ แปดริ้ว ย้ำ เหมาะสมที่สุด ขณะที่ “ผบ.ทบ.” ชี้ สัปดาห์หน้ารู้ผลฟ้องคนปูดอยู่เบื้องหลังยิง “สนธิ” ยอมรับเรื่องยาก ตรวจกระสุนเล็ดลอด
ประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคง
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 7 พ.ค. ที่หอประชุมกองทัพเรือ กรุงเทพมหานคร นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีข้อเสนอของกองทัพที่จะให้ใช้ พ.ร.บ. รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เพื่อดูแลการประชุมอาเซียนซัมมิทกับประเทศคู่เจรจา ที่จะมีขึ้นในวันที่ 11-12 มิ.ย.นี้ ที่ จ.ภูเก็ต ว่า กฎหมายความมั่นคงเป็นเครื่องมือของรัฐบาล เพื่อประโยชน์ในการใช้เจ้าหน้าที่ฝ่ายต่าง ๆ เข้ามาในกรอบของกฎหมายความมั่นคงได้ ซึ่งตามกฎหมายจะมีเงื่อนไขอยู่แล้ว จะช่วยให้เรามีมาตรการในเชิงป้องกันมากยิ่งขึ้น และการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ก็จะคล่องตัวมากขึ้น แต่จะ ขอไปดูเงื่อนไขอีกครั้งหนึ่ง ถ้าจะใช้จริง เราจะทำความเข้าใจให้ได้ว่าการประกาศตรงนี้หมาย ความว่าอะไร
ยัน ปชช.ในพื้นที่ให้ความร่วมมือ
ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลจะพยายามไม่ให้กระทบต่อประชาชนในพื้นที่ใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เรามุ่งหวังว่าจะเป็นเวลาช่วงจำกัด และความไม่สะดวกเวลาที่มีการจัดการประชุมในลักษณะนี้เหมือนกับที่อื่นทั่วโลก เช่น เรื่องที่จอดรถ ซึ่งคิดว่าประชาชนในพื้นที่ที่เป็นเจ้าภาพก็พร้อมให้ความร่วมมือในระดับหนึ่งอยู่แล้ว จึงคิดว่าไม่น่าจะเป็นปัญหา เมื่อถามว่าขณะนี้ผู้นำแต่ละประเทศตอบรับที่จะเข้าร่วมประชุมทั้งหมดแล้วใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ขณะนี้มีการประสานงานกับหลายประเทศอยู่ ได้รับ การตอบรับในทางบวก เมื่อถามว่าผู้นำมั่นใจในระบบรักษาความปลอดภัยมากขึ้นหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คิดว่าเขาอาจจะดูสถานการณ์ระยะหนึ่ง เป็นเรื่องธรรมดา แต่โดยทั่วไปทุกประเทศอยากให้จัดการประชุมโดยเร็ว เพราะมีเรื่องค้างอยู่ อยากจะดำเนินการให้เสร็จเรียบร้อย อย่างไรก็ตาม เราได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลระบบรักษาความปลอดภัย มอบหมายให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคงเป็นผู้ดูแล
มั่นใจทหารคุมอยู่“อาเซียนซัมมิท”
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากประกาศใช้กฎหมายความมั่นคง แสดงว่าทหารจะเป็นหลักในการดูแลรักษาความปลอดภัยใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่าคงจะพิจารณาอีกครั้ง เพราะจะเป็นข้อกำหนดที่ต้องพิจารณาเป็นกรณี ๆ ไป เมื่อถามว่าหากใช้ทหารเข้ามาจะทำให้บรรยากาศแข็งเกินไปหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่ผ่านมา เขาไม่ห่วงเรื่องแข็งไป เขาห่วงปัญหาครั้งที่แล้วมาก กว่าว่าจัดการกับผู้ชุมนุมไม่ได้ คิดว่าการจัดระบบใหม่ที่เป็นรูปธรรม มีกฎหมายรองรับ น่าจะทำให้เกิดความเชื่อมั่นได้ง่าย เมื่อถามว่ามั่นใจว่าจะไม่มีเหตุอะไรทำให้การประชุมล่มอีกครั้งใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราดูแลเต็มที่ และทางฝ่ายความมั่นคงก็ทำงานเต็มที่ต่อเนื่องกันไป
ตั้ง“ประวิตร”ปธ.ความปลอดภัย
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า การประชุมอาเซียนซัมมิทและประเทศคู่เจรจานี้ นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ตนเป็นผู้รับผิดชอบการจัดการประชุม โดยในส่วนที่เกี่ยวกับการดูแลรักษาความปลอดภัยของผู้นำต่างประเทศ เนื่องจากเหตุการณ์ที่พัทยาทำให้เราสูญเสียความน่าเชื่อถือไป ดังนั้นครั้งนี้จึงต้องทำสุดความสามารถ มีการแต่งตั้งให้ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม เป็นประธานอำนวยการในการบริหารจัดการดูแลเพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับผู้นำ โดยจะมีการใช้กำลังของทหาร และตำรวจผสมกัน แต่เพื่อให้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทหารเป็นไปอย่างสมบูรณ์ตามกฎหมาย เพราะครั้งนี้รัฐจะใช้กำลังทหารเป็นหลักเนื่องจากกำลังตำรวจมีไม่เพียงพอ รัฐบาลจะประกาศ พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ให้พื้นที่ จ.ภูเก็ต เป็นพื้นที่ความมั่นคง ยืนยันว่าการประกาศใช้กฎหมายฉบับนี้จะไม่กระทบกับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน และการท่องเที่ยว เป็นเพียงการประกาศในช่วงเวลาสั้น ๆ ก่อน และระหว่างการประชุมเท่านั้น
“เทพเทือก”ยันไม่ให้ซ้ำรอยพัทยา
นายสุเทพ กล่าวต่อว่า การใช้ พ.ร.บ. ความมั่นคง จะทำให้รัฐใช้ทหารเข้าไปดูแลความสงบเรียบร้อยได้ เพราะการจัดประชุมที่ จ.ภูเก็ต จะใช้กำลังทหารเป็นหลัก และจะพยายามทำให้พื้นที่ภาคใต้เป็นพื้นที่ปลอดการชุมนุม เพื่อให้ผู้เข้าประชุมเกิดความมั่นใจ และเมื่อประกาศใช้กฎหมายฉบับนี้ออกมา คงไม่อนุญาตให้มีการชุมนุม ซึ่งทางรัฐบาลจะขอร้องให้ชุมนุมหลังการประชุม แต่เท่าที่ทราบคนภูเก็ตจะไม่ยอมให้มีการชุมนุม เพราะเขากังวลว่าจะ เป็นผลเสียต่อการประชุม และหากมีการชุมนุมรอบนอก จ.ภูเก็ต ก็ต้องดูว่าการชุมนุมนั้นสร้างความเสียหายต่อการจัดประชุมหรือไม่ เพื่อจะหาทางแก้ไขต่อไป เมื่อถามว่าจะเป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า อย่าเพิ่งถามแบบนี้ ขอให้ดูก่อน เพราะการชุมนุมที่ผ่านมาเป็นการชุมนุมที่ไม่สงบ อย่างไรก็ตาม จะขอกลับไปศึกษารายละเอียดของกฎหมายนี้อีกครั้งว่าจะบริหารจัดการอย่างไร ใครเป็นผู้รับผิดชอบ แต่ยืนยันว่าทุกอย่างจะเป็นไปด้วยความโปร่งใส “เที่ยวนี้ผมจะทำเต็มที่และจะไม่ยอมให้เกิดเหตุแบบพัทยาอีกแล้วเด็ดขาด การประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคง จะไม่น่ากลัวสำหรับประชาชนทั่วไป แต่จะน่ากลัวสำหรับคนที่ตั้งใจไม่ดี ขณะนี้หน่วยงานความมั่นคงประชุมกันตลอด”
ส่งแผนให้กอ.รมน.พิจารณา
ที่กรมการขนส่งทหารบก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมเตรียมความพร้อมดูแลรักษาความปลอดภัย การประชุม สุดยอดผู้นำอาเซียน ที่ จ.ภูเก็ต ว่า ขณะนี้ทุกฝ่ายกำหนดแผนการปฏิบัติ และนำแผนไปให้คณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในได้พิจารณาแล้ว มั่นใจว่าจะมีมาตรการที่ทำให้การประชุมผ่านไปได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความร่วมมือในพื้นที่ของประชาชน และเอกชนน่าจะทำให้การประชุมผ่านไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่งในที่ประชุมฯ มีความมุ่งหวังว่าประชาชนในพื้นที่จะให้ความร่วมมือ เพราะประเทศของเราไม่มีโอกาสอื่นที่จะทำให้การประชุมเกิดขึ้นได้นอกจากเวทีนี้ ถ้าหากเราไม่สามารถทำให้เวทีการประชุมนี้ผ่านไปได้ ไม่ใช่เฉพาะการประชุมนี้แค่นั้น การประชุมนานาชาติในอนาคตที่จะมีในประเทศไทย ก็จะต้องมีความเชื่อถือด้วย
พท.รุกป.ป.ช.คดีสลายชุมนุม13เม.ย.
ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย พร้อม ส.ส.พรรคเพื่อไทย เข้ายื่นหนังสือต่อ ป.ป.ช.ขอให้ตรวจสอบ ไต่สวนข้อเท็จจริง และดำเนินการตามกฎหมายกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรณีการสลายการชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อวันที่ 13 เม.ย.ที่ผ่านมา นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่ากรณีการสั่งให้ใช้อาวุธร้ายแรง และความรุนแรงเข้าปราบปราม สลายการชุมนุมประท้วงรัฐบาลของกลุ่มประชาชนผู้รักประชาธิปไตย จนเป็นเหตุให้มีประชาชนล้มตาย บาดเจ็บ และสูญหายเป็นจำนวนมาก ทั้ง ๆ ที่เป็นการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญมาตรา 63
วอนใช้มาตรฐานเดียวกับ7.ต.ค.
นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่าการเข้าสลายการชุมนุม กองกำลังทหารได้ใช้อาวุธปืนร้ายแรงทำร้ายร่างกายประชาชนจนถึงแก่ความตาย บาดเจ็บ และสูญหาย รวมทั้งจับกุม ควบคุมตัวไปไว้ในค่ายทหาร จ.สระบุรี จำนวนมาก จึงมายื่นหนังสือต่อ ป.ป.ช.เพราะตามรัฐธรรมนูญ 2550 ป.ป.ช.เป็นองค์กรที่มีอำนาจในการสอบสวนหาข้อเท็จจริงตามมาตรา 250 และ 275 นอกจากนี้ ยังมีอำนาจตามพ.ร.บ.คณะกรรมการ ป.ป.ช. 2542 มาตรา 19, 66 และ 84 ในการไต่สวนข้อเท็จจริงกับหน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐ นักการเมือง และข้าราชการการเมือง ที่ใช้อำนาจเกินกว่ากฎหมายกำหนด ให้เป็นมาตรฐานเดียวกับการใช้มาตรฐานการสอบสวนนาย สมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี และครม. ในเหตุการณ์ 7 ต.ค. 2551 รวมทั้งมีการดำเนินคดีอาญาด้วย
จ่อเอาผิด “เนวิน” คุมเสื้อน้ำเงิน
“พรรคเพื่อไทย และพี่น้องประชาชนจึงมายื่นหนังสือร่วมกันเพื่อให้ ป.ป.ช.ใช้มาตรฐานเดียวกันในการตรวจสอบการสลายการชุมนุมวันที่ 13 เม.ย. ประชาชนฝากความหวังว่า ป.ป.ช. จะต้องให้ความกระจ่าง และข้อเท็จจริงตามกฎหมาย ตามอำนาจที่มีอยู่ ทั้งนี้พรรคเพื่อไทยจะเดินทางไปร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในวันที่ 12 พ.ค. จากนั้นวันที่ 13 พ.ค. จะเข้าร้องเรียนต่อองค์การสหประชาชาติ และวันที่ 15 พ.ค. เข้าร้องเรียนกับองค์กรฮิวแมนไรท์ เพื่อทำความจริงให้ปรากฏ และในสัปดาห์หน้า พรรคเพื่อไทยจะร้องทุกข์กล่าวโทษต่อนายเนวิน ชิดชอบ กรณีใส่เสื้อเกราะไปบงการที่พัทยาก่อนที่จะมีการสลายการชุมนุม รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เอาผิดกับคนเสื้อแดง แต่กำลังหลงประเด็นว่าคนเสื้อสีน้ำเงิน และคนใส่เสื้อหลากสีที่มีอาวุธสงครามมีอำนาจอะไรไปสั่งข้าราชการ ถ้านายอภิสิทธิ์ไม่ดำเนินการเรื่องนี้ จะถูกข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา 157” นายพร้อมพงศ์ กล่าว
สั่งฟ้อง“แรมโบ้อีสาน”ผิดก.ม.ฉุกเฉิน
ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนบรมราชชนนี พนักงานสอบสวน สน.ดุสิตนำตัวนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ อดีต ส.ส.นครราชสีมา พรรคไทยรักไทย ฉายา “แรมโบ้อีสาน” แกนนำนปช.ผู้ต้องหา พร้อมสำนวน พยานหลักฐาน และความเห็นสมควรสั่งฟ้องข้อหากระทำผิดฝ่าฝืน พ.ร.ก. บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ที่มั่วสุมตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป มาส่งมอบให้กับอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 3 (ดุสิต) เพื่อพิจารณาสั่งคดี โดยอัยการนัดผู้ต้องหามาฟังคำสั่งในวันที่ 13 พ.ค.นี้ เวลา 10.00 น. ด้านนายคารม พลทะกลาง ทนายความของนายสุภรณ์ กล่าวว่าในชั้นสั่งคดีของอัยการ ผู้ต้องหาไม่ได้ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรม แต่จะขอสู้คดีในชั้นศาล อย่างไรก็ดีเช้าวันที่ 14 พ.ค.นี้ พนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ จะนำตัวนายสุภรณ์ และผู้ต้องหาอื่น มาส่งมอบให้อัยการ ฝ่ายคดีอาญา พร้อมสำนวนพยานหลักฐาน และความเห็นสมควรสั่งฟ้องข้อหาบุกรุก กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นสถานที่ราชการ โดยใช้กำลังประทุษร้าย และข้อหาทำให้เสียทรัพย์
“บิ๊กป๊อก”ฟ้องคนหาเอี่ยวยิง“สนธิ”
ส่วนความคืบหน้าคดีลอบสังหารนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ระบุว่าจะฟ้องร้องดำเนินคดีผู้ที่นำชื่อตนเองไปเชื่อมโยงกับการลอบสังหารนายสนธิ ว่า ตนให้เจ้าหน้าที่ด้านกฎหมายดูแลว่าจะทำอะไรได้บ้าง แต่ตนไม่ค่อยมีความรู้เรื่องกฎหมาย คาดว่าสัปดาห์หน้าคงจะทราบว่าจะทำอย่างไร เมื่อถามว่าตำรวจประสานขอข้อมูลเกี่ยวกับที่มาของกระสุนปืนหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ตนได้รับราย งานจากเจ้ากรมสรรพาวุธทหารบก ว่า มีหนังสือฉบับหนึ่งของผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐาน ขอรายละเอียดเกี่ยวกับเลขงานกระสุน 06 กับ 07 ของกระสุน 5.56 มม. เป็นกระสุนของปืนเอ็ม 16 มา 1 ฉบับ เพื่อขอรายละเอียดว่า กระสุน ลอตนี้มีเลขงานอะไรบ้าง ซึ่งขณะนี้ทางกรมสรรพาวุธกำลังเตรียมข้อมูล เพื่อตอบให้ความร่วมมือไป
ชี้ตรวจสอบยากกระสุนปืนรั่วไหล
ส่วนกรณีคนร้ายก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทอง จ.ชลบุรี อ้างว่ากระสุนที่ใช้ซื้อมาจากกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ร.21 รอ.) พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า เรื่องแบบนี้คิดว่าไม่ใช่เรื่องดี แต่ถ้ามีตัวอย่างนี้จะง่ายเพราะถ้าเอามาจากหน่วย ความยากคือ กระสุนที่จ่ายออกไป แต่ละลอตผลิตเป็นหมื่นนัด บางทีจ่ายไปในพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 หรือกองพลทหารราบที่ 9 จ.กาญจนบุรี ซึ่งถือว่าเป็นหน่วยกว้าง แต่ยินดีที่จะให้ตำรวจไปสอบสวนว่า จ่ายไปที่ใครบ้าง แต่ถือว่าตรวจสอบยากว่ารั่วมาจากจุดใด ทั้งนี้หากมีการกล่าวอ้างว่าซื้อมาจากใคร เราจะดำเนินการได้ ดังนั้นจะต้องถามคนร้ายว่าซื้อมาจากใคร.
อ่านต่อที่ : รบ.งัด กม.ความมั่นคง